พื้นที่โฆษณา ว๊าว!!! เด่นสะดุดตา ราคาประหยัด สุดคุ้ม ตรงตามเป้าหมาย สนใจติดต่อสอบถามค่ะ
หน้าแรก ข่าวแรงงาน บทเรียน HRM หางาน เรซูเม่ ติดต่อเรา
HR THAILAND HR THAILAND







บทบาทของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21


มาริสา เชาว์พฤฒิพงศ์

บทคัดย่อ

บรรดานักบริหารและผู้ที่ร่ำเรียนด้านการบริหารมา คงคุ้นเคยกับคำว่า POSDCORB ซึ่งเป็นอักษรย่อของหน้าที่ของผู้บริหารตามแนวคิดของ Gulick & Urwick ที่ได้เสนอไว้ในบทความชื่อ “ Notes on the Theory of Organization “ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1937 ซึ่งผู้เขียนมีความเห็นว่าเป็นการสรุปหน้าที่ของผู้บริหารที่เป็นอมตะ ใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ แต่อย่างไรก็ดี ผู้เขียนมีความเห็นเพิ่มเติมว่าในปัจจุบันองค์การและผู้เกี่ยวข้องกับองค์การ มีความคาดหวังต่อผู้บริหารสูงกว่าในยุคก่อนๆ มาก โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องมีบทบาทหน้าที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
บทความนี้ผู้เขียนได้เสนอ บทบาทหน้าที่ของนักบริหารระดับสูงในศตวรรษที่ 21
ซึ่งประยุกต์จากหลักการ POSDCORB เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังดังกล่าวข้างต้น
ชื่อว่า ( POSDCORB )3


แนวคิดของ Gulick & Urwick
หน้าที่ของผู้บริหารตามแนวคิดของ Gulick & Urwick ประกอบด้วย
P - Planing การวางแผน
O - Organizing การจัดองค์การ
S - Staffing การจัดคนเข้าทำงาน
D - Directing การอำนวยการ/การสั่งการ
Co - Coordinating การประสานงาน
R - Reporting การรายงาน
B - Bugeting การบริหารและควบคุมงบประมาณ


ข้อเสนอของผู้เขียน

(POSDCORB)3 ตามข้อเสนอของผู้เขียน ย่อมาจากคำต่อไปนี้


รายละเอียดของหลัก (POSDCORB)3 ในข้อเสนอของผู้เขียน มีดังนี้

P = Policy & Planning + Process Management + Performance Management

เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าหน้าที่ที่สำคัญของผู้บริหาร คือ การวางแผน ( Planning ) และ การกำหนดนโยบาย ( Policy ) นอกจากนี้ ผู้บริหารในยุคปัจจุบันที่มุ่งที่จะบริหารองค์การสู่ความเป็นเลิศ จะต้องให้ความสนใจในเรื่องของการวางแนวทางในการปฏิบัต ิและกระบวนการทำงานภายในองค์การเพื่อบรรลุเป้าหมายและนโยบายที่วางไว้ ตลอดจนต้องใช้ความสามารถใน การบริหารกระบวนการทำงาน (Process Management ) อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้บทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งของผู้บริหารในยุคปัจจุบัน คือ การบริหารผลงานขององค์การ (Performance Management) กล่าวคือ ในขณะที่วางแผนงาน ผู้บริหารที่มีความรอบคอบจะต้องคิดด้วยว่า จะวัดผลงานหรือความสำเร็จของแผนนั้นอย่างไร โดยการกำหนดดัชนีวัดความสำเร็จของงาน (Performance Indicators) ตลอดจนวิธีการหรือเครื่องมือวัดผลงาน ( Performance Measurement ) ไว้ล่วงหน้าด้วย และใช้เครื่องมือดังกล่าวประเมินความสำเร็จของงาน

O = Organizing + Objective Awareness + Operation Information System

หน้าที่ที่สำคัญถัดมา คือ การจัดองค์การ (Organizing) เพื่อให้มีหน่วยงานที่จะรับผิดชอบปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ ซึ่งผู้บริหารจะต้องตระหนักถึง วัตถุประสงค์ ขององค์การ (Objective Awareness) เป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อจะได้จัดแบ่งหน่วยงานให้เหมาะสม กับลักษณะของงาน และวัตถุประสงค์ของหน่วยงานเหล่านั้น นอกจากนี้สิ่งที่องค์การสมัยใหม่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือ ระบบข้อมูลเพื่อการปฏิบัติการ (Operation Information System) ซึ่งเป็นหน้าที่ ที่ผู้บริหารต้องจัดการให้มีขึ้นและนำไปใช้ในการตัดสินใจ

S = Staffing + Shaping Corporate Culture + Symbol Leader

บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงในยุคปัจจุบัน นอกเหนือจาก การจัดคนเข้าทำงาน (Staffing) ให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถแล้ว ผู้บริหารระดับสูงควรมีบทบาทในการเป็นผู้นำในการสร้างคนในองค์การของตนให้มีทัศนคติ (Attitude) ที่ดีต่อองค์การ ซึ่งในปัจจุบัน องค์การทั้งภาครัฐและภาคเอกชน กำลังให้ความสนใจในเรื่องของทัศนคติเป็นอย่างมาก โดยการสร้างกลไกที่จะหล่อหลวมความคิด และพฤติกรรมของพนักงานให้เป็นไปในทางที่องค์การคาดหวัง คือการสร้าง วัฒนธรรมองค์การ (Shaping Corporate Culture) ซึ่งก็เป็นบทบาทที่สำคัญอีกประการหนึ่งของผู้บริหาร โดยการแสดง วิสัยทัศน์ ( Vision ) และเป็นผู้นำในการปฏิบัติตน ตามวัฒนธรรมองค์การเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พนักงาน

นอกจากนี้ผู้บริหารเองก็ควรประพฤติปฏิบัติตนให้เป็น ผู้นำที่เป็นสัญลักษณ์ (Symbol Leader) ที่ดีขององค์การ เพราะผู้บริหารระดับสูงจะถือเป็นตัวแทน (Representative) ขององค์การ

D = Directing + Deployment + Development

การอำนวยการหรือสั่งการ (Directing) เป็นหน้าที่ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของผู้บริหาร องค์การชั้นนำที่ประสบความสำเร็จโดยรวดเร็ว ส่วนใหญ่เป็นองค์การที่ผู้บริหารหำหนดทิศทางขององค์การ ( Direction ) ไว้อย่างชัดเจน และเพื่อให้พนักงานรับรู้และเข้าใจถึงทิศทางขององค์การ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจะต้องกระจายขัอมูลและบทบาทหน้าที่ต่างๆ ( Deployment )ลงไปสู่ผู้บริหารและพนักงานในระดับต่างๆ อย่างชัดเจนด้วยเนื่องจาก การทำงานในองค์การในยุคปัจจุบันต้องแข่งขันกับเวลาและคู่แข่งขัน ทางธุรกิจ ไม่สามารถจะรอการตัดสินใจของผู้บริหารเพียงผู้เดียวได้ องค์การที่ประสบความสำเร็จ หลายแห่งใช้วิธีการกระจายอำนาจในการตัดสินใจ (Empowerment ) ลงไปสู่พนักงาน แต่ละระดับตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของพนักงานด้วยว่าจะสามารถตัดสินใจได้ในระดับใด จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารอีกประการหนึ่งซึ่งจะต้องมี การพัฒนา ( Development ) พนักงาน เพื่อให้สามารถรับผิดชอบงาน และตัดสินใจในสิ่งที่รับผิดชอบได้ นอกจากนี้คำว่า Development ในที่นี้ ผู้เขียนยังหมายถึง หน้าที่ในการพัฒนาองค์การให้เจริญก้าวหน้าอีกด้วย

Co = Coordinating + Communicating + Controlling

ตามข้อเสนอของ Gulick & Urwick เสนอว่าผู้บริหารจะต้องทำหน้าที่ ประสานงาน (Coordinating) ระหว่างหน่วยงานย่อยๆ ในองค์การ เพื่อให้การทำงานสอดประสานไปในทิศทางเดียวกันกับเป้าหมายขององค์การ ซึ่งผู้เขียนสนับสนุนแนวคิดในข้อนี้ และมีความเห็นว่านอกจากการทำหน้าที่ประสานงานในองค์การดังกล่าวแล้ว ผู้บริหารระดับสูงจะต้องทำหน้าที่ประสานกับหน่วยงาน และบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์การ ได้แก่ หน่วยงานต่างๆ ในภาครัฐ องค์การทางการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ลูกค้า และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เป็นต้น

หน้าที่ต่อมาซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่สำคัญมากข้อหนึ่ง คือ การติดต่อสื่อสาร (Communicating) ผู้บริหารที่ดีจะต้องมีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร กับบุคคลทุกระดับ และทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจทั้งภายในองค์การ และระหว่างองค์การกับบุคคลภายนอก

ถัดมา คือหน้าที่ใน การควบคุม (Controlling) การดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามนโยบายและแผนงานที่ได้กำหนดไว้

R = Reporting + Resources Management + Responsibility

ในส่วนของ การรายงาน (Reporting) นอกเหนือจากที่ Gulick & Urwick เสนอ ว่า ผู้บริหารมีหน้าที่ต้องรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับงาน ให้ทุกฝ่ายในองค์การทราบแล้ว ผู้เขียนมีความเห็นว่าผู้บริหารระดับสูงขององค์การควรมีการรายงานผลการดำเนินงานในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ ให้สังคมภายนอกองค์การได้ทราบด้วย เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์องค์การส่วนหนึ่งและเปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบการดำเนินขององค์การได้ด้วย แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสขององค์การ (Transparence)

หน้าที่ที่สำคัญมากอีกประการหนึ่ง คือ การบริหารทรัพยากร (Resources Management) ที่มีอยู่ในองค์การทั้งหมดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์การ

ในส่วนของ ความรับผิดชอบ (Responsibility) ผู้เขียนมีความเห็นว่าเป็นบทบาท หน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงที่จะมีความคาดหวังสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในสังคมที่ผู้คนมีการศึกษาและมีความเจริญเพิ่มขึ้น

โดยผู้เขียนขอขยายความคำว่า Responsibility โดยใช้กรอบแนวความคิดของ Archie B.Carroll ( อ้างใน Richart L. Daft ,Management , Fifth Edition ,The Dryden Press ,2000,p.147 )
แบ่งความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูงซึ่งถือเป็นผู้ตัวแทนขององค์กรออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้




B = Budgeting + Balance Satisfactions + Business Growth

ด้านการงบประมาณ (Budgeting ) ผู้บริหารระดับสูงในยุคปัจจุบันต้องทำหน้าที่ใน การจัดหา อนุมัติ และควบคุมการใช้งบประมาณขององค์การให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ให้ขาดสภาพคล่อง และในบางครั้งอาจต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนขององค์การไปเจรจากับสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อหาแหล่งเงินทุนให้กับองค์การ

นอกจากนี้ ในทัศนะของผู้เขียน มีความเห็นว่า ปัจจุบัน การประเมินความสำเร็จขององค์การไม่เพียงแต่จะพิจารณาจากงบดุลย์ในการดำเนินงานว่ากำไร หรือขาดทุนเป็นตัวเงินเท่านั้น ผู้บริหารยังจะต้องพิจารณาประเด็นอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น ความพึงพอใจของผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร ลูกค้า พนักงานในองค์การ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ และผู้บริหารระดับสูงจะต้องมีหน้าที่ในการบริหารเพื่อให้เกิด ดุลยภาพความพึงพอใจ ( Balance Satisfaction ) ของผู้ที่กล่าวถึงข้างต้น

หน้าที่สุดท้าย ที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นภาระอันยิ่งใหญ่ของผู้บริหารระดับสูง คือ การสร้างความเจริญเติบโตให้กับองค์การ ( Business Growth ) ทั้งนี้จะทำได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ ที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดได้สมบูรณ์เพียงใด

สรุป

หลัก POSDCORB เป็นหลักการที่ดี มีความเป็นสากล แต่เป็นข้อเสนอที่ Gulick & Urwick เสนอไว้อย่างเป็นกลางๆ ใช้ได้กับนักบริหารทุกระดับทุกองค์การ

ส่วนข้อเสนอของผู้เขียน เป็นการนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นที่ระดับสูง ซึ่งผู้เขียนมีความเชื่อว่า น่าจะสามารถนำไปใช้ในองค์การทั้งภาครัฐและเอกชน
 
 

ที่มา : Business Management Co.,Ltd.



ลงวันที่ 04/11/2005 10:25:52
จำนวนผู้ชม 3632 ครั้ง


ค้นหา :
บทบาทของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 -: สาระน่ารู้ เกี่ยวกับการบริหารจัดการ กลยุทธ์การจัดการ : By SiamHRM.com






สอบถามปัญหา | ติดต่อลงโฆษณา : sale[at]siamhrm.com | สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2547
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี คณะบุคคล สยามเอชอาร์เอ็ม : 2-7809-7369-7 | เลขที่พานิชย์อิเลคทรอนิกส์: 0101549820078
SiamHRM.com ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
สายด่วนติดต่อ: คณะบุคคล สยาม เอช อาร์ เอ็ม 081-672-1134 Fax : 02-279-1882
jobsiam.com freejobthai.com จ๊อบดูซี่ ดอทคอม