พื้นที่โฆษณา ว๊าว!!! เด่นสะดุดตา ราคาประหยัด สุดคุ้ม ตรงตามเป้าหมาย สนใจติดต่อสอบถามค่ะ
หน้าแรก ข่าวแรงงาน บทเรียน HRM หางาน เรซูเม่ ติดต่อเรา
HR THAILAND HR THAILAND







ค้นหา ประกาศ ตำแหน่งงาน ฟรี!!
บริการ ประกาศตำแหน่งงาน โฆษณางาน และ ค้นหา ใบสมัคร ประวัติผู้สมัครงาน ฟรี ไม่มีข้อจัดการใช้งาน ลงทะเบียนใช้งานคลิกที่นี่


กฎหมายแรงงาน : ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา



กฎหมายแรงงาน : ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา -: บทเรียน ออนไลน์ เกี่ยวกับ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ Chapter By SiamHRM.com
กฎหมายแรงงาน : ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา
 
มาตรา 65  ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่หรือซึ่งนายจ้างให้ทำงานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ไม่มิสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามมาตรา 63 แต่ลูกจ้างซึ่งนายจ้างให้ทำงานตาม (2) (3) (4) (5) (6) (7) หรือ (8) มีสิทธิได้รับ ค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ
(1)  ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการจ้าง การให้บำเหน็จ การลดค่าจ้าง หรือการเลิกจ้าง
(2)  งานขบวนการจัดงานรถไฟ ซึ่งได้แก่งานที่ทำบนขบวนรถและงานอำนวย ความสะดวกแก่การเดินรถ
(3)  งานปิดเปิดประตูน้ำหรือระบายน้ำ
(4)  งานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ
(5)  งานดับเพลิงหรืองานป้องกันอันตรายสาธารณะ
(6)  งานที่มีลักษณะหรือสภาพที่ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ และโดยลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจกำหนดเวลาทำงานที่แน่นอนได้
(7)  งานที่อยู่เวรเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันมิใช่หน้าที่การงานตามปกติของลูกจ้าง
(8)  งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ทั้งนี้เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง
 
มาตรา 66  ลูกจ้างตามมาตรา 65 (1) ไม่มีสิทธิไดรับค่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุดตามมาตรา 62 เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง
               
                เมื่อพิจารณาบทบัญญัติข้างต้นแล้วจะเห็นได้ว่า มีลูกจ้างอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ประเภทแรก ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดเลย ซึ่งได้แก่ลูกจ้างตามมาตรา 65 (1) และประเภทที่สอง ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดแต่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำซึ่งได้แก่ลูกจ้างตามมาตรา 65 (2) ถึง (8)
 
                กฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2541) กำหนดให้ งานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินเป็นงานตามมาตรา 65 (8) ด้วย
 
                ลูกจ้างประเภทแรกที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด กฎหมายระบุว่าลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการจ้าง การให้บำเหน็จ การลดค่าจ้าง หรือการเลิกจ้าง ลูกจ้างประเภทนี้โดยปกติแล้วจะทำหน้าที่ในการควบคุมบังคับบัญชาลูกจ้างอื่น หากลูกจ้างประเภทนี้ได้รับค่าล่วงเวลาก็อาจมีผลทำให้ลูกจ้างประเภทนี้ไม่ดูแลควบคุมบังคับบัญชาลูกจ้างอื่นให้ทำงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในขณะเดียวกันถ้าตนเองมีสิทธิที่จะได้รับค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดด้วย ก็จะทำให้งานของนายจ้างล่าช้าไปได้ อีกประการหนึ่งลูกจ้างดังกล่าวข้างต้น เป็นลูกจ้างประเภทนายจ้างนั่นก็คือได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้ทำการแทนและได้ใช้อำนาจของนายจ้างจึงไม่ควรจะมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ความสำคัญอยู่ที่คำว่า “มีอำนาจหน้าที่ทำการแทน” ซึ่งลูกจ้างจะต้องได้รับมอบหมายไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือโดยปริยายให้มีอำนาจกระทำการแทนได้โดยเด็ดขาด ไม่ต้องได้รับความเห็นชอบหรือได้รับอนุมัติจากบุคคลหนึ่งบุคคลใดอีก ลูกจ้างดังกล่าว จะต้องมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจในการที่จะจ้างบุคคลอื่นเข้าทำงานกับนายจ้างนั้น มีอำนาจที่จะให้บำเหน็จซึ่งได้แก่การขึ้นค่าจ้าง มีอำนาจที่จะสั่งลดค่าจ้างและมีอำนาจที่จะเลิกจ้างลูกจ้างคนใดคนหนึ่งได้โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบหรืออนุมัติจากผู้ใดก่อน ลูกจ้างประเภทนี้จะไม่ได้รับค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดซึ่งในทางปฏิบัติทั่วไปในสถานประกอบกิจการต่างๆ มักจะกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันเป็นการขัดแย้งต่อบทบัญญัตินี้เสมอมา โดยมักจะกำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในทำนองว่า ลูกจ้างที่อยู่ในฝ่ายจัดการหรือฝ่ายบริหารหรือลูกจ้างที่มีตำแหน่งตั้งแต่ผู้จัดการขึ้นไปไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ซึ่งเป็นการเขียนข้อบังคับขัดกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างตรงไปตรงมา
 
คำพิพากษาฎีกาที่ 2571/2527  ลูกจ้างที่ไม่สามารถทำการแทนนายจ้างโดยตรงต้องผ่านการพิจารณาของผู้อื่นอีก เช่น ผู้จัดการสาขา หัวหน้าฝ่าย ไม่ใช่ลูกจ้างผู้บังคับบัญชามีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา
 
คำพิพากษาฎีกาที่ 543/2545  ลูกจ้างทำงานตำแหน่งวิศวกรอาวุโส เป็นผู้ให้ความเห็นในใบแจ้งการลาออกของพนักงาน และเป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ ลูกจ้างไม่อาจอนุมัติให้พนักงานลาออกหรือให้บำเหน็จได้โดยตรง ต้องมีการเสนอความเห็นผ่านผู้บังคับบัญชาอีกชั้นหนึ่งก่อน จึงมิใช่ลูกจ้างที่มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างกรณีเลิกจ้างหรือให้บำเหน็จอันต้องห้ามมิให้ได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามมาตรา 65 (1)
 
ส่วนลูกจ้างประเภทที่สองซึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามมาตรา 65 (2) ถึง (8) นั้น ถ้าลูกจ้างดังกล่าวมาทำงานในวันหยุด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในวันหยุดหรือทำงานล่วงเวลาในวันหยุด กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินจำนวนหนึ่งตามตัวบทใช้คำว่า “ค่าตอบแทน” โดยจ่ายให้เท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง (แทนที่จะได้เป็นค่าล่วงเวลาหนึ่งเท่าครึ่งของค่าจ้าง  คงได้เป็นค่าตอบแทนหนึ่งเท่าของค่าจ้างแทน)
 
ในกรณีที่นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ลูกจ้างดังกล่าวอยู่แล้ว  นายจ้างก็ต้องจ่ายไปตามนั้น จะยกเลิกเสียมิได้ นายจ้างที่ฝ่าฝืนมาตราดังกล่าวนี้มีความผิดและมีโทษทางอาญาตามมาตรา 146
 
 
 
ข้อมูลอ้างอิง : คำอธิบายกฎหมายแรงงาน  พิมพ์ครั้งที่ 6 แก้ไขเพิ่มเติม
โดย : ศาสตราจารย์เกษมสันต์ วิลาวรรณ

ลงวันที่ 25/11/2005 15:37:34
จำนวนผู้ชม 2547 ครั้ง


ค้นหา :







สอบถามปัญหา | ติดต่อลงโฆษณา : sale[at]siamhrm.com | สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2547
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี คณะบุคคล สยามเอชอาร์เอ็ม : 2-7809-7369-7 | เลขที่พานิชย์อิเลคทรอนิกส์: 0101549820078
SiamHRM.com ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
สายด่วนติดต่อ: คณะบุคคล สยาม เอช อาร์ เอ็ม 081-672-1134 Fax : 02-279-1882
jobsiam.com freejobthai.com จ๊อบดูซี่ ดอทคอม