พื้นที่โฆษณา ว๊าว!!! เด่นสะดุดตา ราคาประหยัด สุดคุ้ม ตรงตามเป้าหมาย สนใจติดต่อสอบถามค่ะ
หน้าแรก ข่าวแรงงาน บทเรียน HRM หางาน เรซูเม่ ติดต่อเรา
HR THAILAND HR THAILAND







ค้นหา ประกาศ ตำแหน่งงาน ฟรี!!
บริการ ประกาศตำแหน่งงาน โฆษณางาน และ ค้นหา ใบสมัคร ประวัติผู้สมัครงาน ฟรี ไม่มีข้อจัดการใช้งาน ลงทะเบียนใช้งานคลิกที่นี่


กฎหมายแรงงาน : ค่าจ้าง



กฎหมายแรงงาน : ค่าจ้าง -: บทเรียน ออนไลน์ เกี่ยวกับ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ Chapter By SiamHRM.com
ค่าจ้าง
 
“ค่าจ้าง หมายความว่า เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาทำงานปกติเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน และให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้างมิได้ทำงาน แต่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัตินี้”
 
(มาตรา 5)
 
คำว่าค่าจ้างดังกล่าวข้างต้นพอจะแยกพิจารณาได้ดังนี้
1.     ค่าจ้างจะต้องเป็นเงิน เท่านั้น ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับเดิม ค่าจ้างรวมถึงสิ่งของด้วย ดังนั้น ต่อไปนี้สิ่งของที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างจะไม่นำมาคำนวณรวมเป็นค่าจ้าง
 
2.     นายจ้างและลูกจ้างตกลงกำหนดจำนวนเงินกัน ส่วนตกลงกันอย่างไรนั้นก็ต้องพิจารณาถ้อยคำต่อไปนี้ คือ ตกลงกัน “ตามสัญญาจ้าง” คำว่าสัญญาจ้างนั้น มาตรา 5 บัญญัติว่า
 
สัญญาจ้าง หมายความว่า สัญญาไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาระบุชัดเจนหรือเป็นที่เข้าใจโดยปริยายซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกบุคคลหนึ่งเรียกว่านายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้ค่าจ้างตลอดเวลาที่ทำงานงานให้
ดังนั้น จำนวนเงินประเภทใดที่นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงไว้ให้เป็นค่าจ้างในสัญญาจ้าง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือวาจาก็ตามก็เฉพาะจำนวนเงินนั้นเท่านั้นที่ถือว่าเป็นค่าจ้าง
 
3.     จ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงาน ซึ่งหมายถึงเงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน ต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานเท่านั้น ถ้าจ่ายโดยมีวัตถุประสงค์เป็นอย่างอื่น เช่น จ่ายเพื่อช่วยเหลือลูกจ้างในเรื่องที่พักอาศัย (ค่าเช่าบ้าน) จ่ายเพื่อช่วยเหลือการศึกษาของบุตรลูกจ้าง (ค่าเล่าเรียน) เงินจำนวนนั้นต้องถือว่าไม่ใช่ค่าจ้างเพราะไม่ได้ตอบแทนการทำงานโดยตรง
 
4.     ค่าจ้างจะต้องตอบแทนการทำงานสำหรับระยะเวลาทำงานปกติ ซึ่งหมายถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้เฉพาะที่ตอบแทนการทำงานในช่วงระยะเวลาทำงานปกติที่นายจ้างได้กำหนดไว้ตามมาตรา 23 ส่วนเงินที่ตอบแทนการทำงานในช่วงระยะเวลาอื่น (เช่นหลังเวลาเลิกงานแล้วหรือก่อนเวลาเข้าทำงานหรือในวันหยุด) เงินจำนวนนั้นก็ไม่ใช่ค่าจ้าง แต่อาจจะเป็นเงินประเภทที่มีชื่อเรียกอย่างอื่น เช่น ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดเป็นต้น
 
การจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานให้แก่ลูกจ้างนั้นมี 2 ประเภท คือ
 
  1. การจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานโดยถือระยะเวลาเป็นสำคัญ (Time rate) หมายถึงการจ่ายค่าจ้างที่ถือหน่วยระยะเวลาเป็นหลักในการคำนวณ ทั้งนี้ไม่ว่าลูกจ้างจะทำงานได้ผลงานมากน้อยเพียงใด ซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้ว่าระยะเวลาที่จะจ่ายกันนั้น อาจจะเป็นการกำหนดเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายระยะเวลาอย่างอื่นก็ได้ คำว่า “ระยะเวลาอย่างอื่น” นั้นสมัยโบราณมีการจ้างเป็นรายปักษ์ หรือรายไตรมาส (สามเดือน) หรือรายปี เป็นอาทิ
 
  1. การจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานโดยถือตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้เป็นสำคัญ (piece rate)  หมายถึงการจ่ายค่าจ้างที่ถือผลงานแต่ละหน่วยที่ลูกจ้างทำได้เป็นหลักในการคำนวณทั้งนี้ ไม่ว่าลูกจ้างจะใช้ระยะเวลาในการทำงานนานเท่าใดก็ตาม เมื่อลูกจ้างได้ผลงานออกมาเท่าใดก็จะคำนวณค่าจ้างไปตามจำนวนนับของผลงานนั้น เช่น การกำหนดค่าจ้างในการทำงานต่อโต๊ะเป็นตัว เป่าแก้วเป็นโหล เย็บเสื้อผ้าเป็นกุรุส เป็นต้น (การจ่ายค่าจ้างตามผลงานมักจะมีความสับสนในการปฏิบัติตามกฎหมายค่อนข้างมาก)
 
            เนื่องจากคำนิยามตามกฎหมายฉบับใหม่แตกต่างจากกฎหมายฉบับเดิมเป็นอันมาก ดังนั้นคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยว่าเงินประเภทใดเป็น “ค่าจ้าง” หรือไม่นั้น ยังไม่แน่ว่าจะนำมาใช้ในบทบัญญัติตามกฎหมายฉบับใหม่นี้ได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากตามกฎหมายฉบับเดิมนั้น ได้บัญญัติไว้ว่า “ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนด คำนวณ หรือจ่ายเป็นการตอบแทนในวิธีอย่างไรและไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร” ซึ่งทำให้เงินเกือบทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็น “ค่าจ้าง” ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานไปด้วย แต่กฎหมายฉบับใหม่มิได้มีบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ในขณะเดียวกันก็ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นเงินที่นายจ้างลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานตามสัญญาจ้างจึงน่าจะหมายถึงเงินที่นายจ้างตกลงกันจำนวนใดจำนวนหนึ่งเท่านั้นไม่รวมถึงเงินประเภทต่างๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม เพื่อการศึกษาและเพื่อประกอบการวินิจฉัยในกรณีไม่ปรากฏว่ามีการตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง จึงขอนำแนวคำพิพากษาฎีกาสั้นๆ ที่ได้วินิจฉัยว่าเงินประเภทใดเป็นค่าจ้างหรือไม่เป็นค่าจ้างมากล่าวให้ปรากฏไว้ด้วย
 
เงินที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ ถือเป็นค่าจ้าง
 
  1. เบี้ยเลี้ยง  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1776/2526 , 1328/2527 , 2763/2529 , 1204/2527 และ 29/2529 เป็นต้น
  2. ค่าตรองชีพ  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2029/2523 , 416-518/2524 และ 1469/2524 เป็นต้น
  3. เงินค่านายหน้าหรือเงินประเภทเดียวกัน  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2155/2520 , 3724/2537 , 513/2524  และ 3693 – 3695 / 2525 เป็นต้น
  4. ค่าพาหนะและเงินประเภทเดียวกัน  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 172/2524 , 513/2524 และ 2386/2527 เป็นต้น
  5. ค่าน้ำมันรถ  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 3173/2528
  6. เงินพิเศษต่างๆ คือ  เงินรางวัลพิเศษ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 747-768/2524 เงินเพิ่มพิเศษทางทะเลและเงินเพิ่มพิเศษค่าเข้าผลัดหมุนเวียนรอบกลางคืนตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1437/2524 เงินพิเศษผู้ปฏิบัติงานกะ คำพิพากษาฎีกาที่ 2770/2528 ค่านำร่องพิเศษ คำพิพากษาฎีกาที่ 3265-3284/2525 ค่าเบี้ยกิโลเมตร ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 4888-4889/2536 เงินค่าบริการหรือเซอร์วิสชาร์จ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 7287/2537 และ 6349/2541
 
เงินที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ ไม่ว่าถือเป็นค่าจ้าง
 
    1.     เงินค่าเช่าบ้าน ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 172/2524 เงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้านคำพิพากษาฎีกาที่ 1437/2524 ค่าพักอาศัย ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 3964/2528 เงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 4086-4087/2528
    2.     เงินรางวัลหรือโบนัส  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2121/2529 , 4047/2529 และ 4545-5565/2544 เป็นต้น
    3.     เงินเพิ่มจูงใจ  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 3728/2524
    4.     เบี้ยขยัน  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 958-971/2527
    5.     ค่าพาหนะ  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2377/2526 ค่าจอดรถ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 3802/2527 ค่าน้ำมันรถ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2601/2526 และ 2121/2529 ค่าต่อทะเบียนรถยนต์ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2121/2529
    6.     เงินสะสมส่วนที่นายจ้างสมทบให้ลูกจ้าง ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2090/2529 และ2121/2529
    7.     เงินค่าภาษีเงินได้  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2121/2529
    8.     เงินช่วยเหลือบุตร  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1982/2531
    9.     ค่าอาหาร ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 7287/2537
 
 

ลงวันที่ 17/10/2005 20:29:12
จำนวนผู้ชม 2922 ครั้ง


ค้นหา :







สอบถามปัญหา | ติดต่อลงโฆษณา : sale[at]siamhrm.com | สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2547
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี คณะบุคคล สยามเอชอาร์เอ็ม : 2-7809-7369-7 | เลขที่พานิชย์อิเลคทรอนิกส์: 0101549820078
SiamHRM.com ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
สายด่วนติดต่อ: คณะบุคคล สยาม เอช อาร์ เอ็ม 081-672-1134 Fax : 02-279-1882
jobsiam.com freejobthai.com จ๊อบดูซี่ ดอทคอม